สยบโรคนอนไม่หลับ

โรคนอนไม่หลับ เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนมักมองข้าม ภัยเงียบที่แฝงมากับโรคนี้ก็คือ ความเครียด โรคซึมเศร้า โรคหลอดเลือดหัวใจ และอาจถึงขั้นกลายเป็นมะเร็ง โรคนอนไม่หลับมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป จะหลับๆตื่นๆ ส่งผลให้มีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการของโรคนอนไม่หลับได้ง่ายๆ คือ มักหลับยาก ตื่นบ่อยแล้วหลับต่อยาก ตื่นเช้าแล้วไม่สดชื่น แม้ว่าจะนอนนาน 7-8 ชั่วโมง ซึ่งหลายอาชีพมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหานอนไม่หลับ อย่างคนทำงานไม่เป็นเวลา เช่น ฟรีแลนซ์ หมอ พยาบาล และคนที่ต้องเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส นักธุรกิจ

แต่ในเบื้องต้น เราสามารถแก้อาการนอนไม่หลับได้ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตัวเอง อย่างเช่น เมื่อใกล้เวลานอน อย่าทานอาหารจนอิ่มแน่นจนเกินไปเพราะจะทำให้อึดอัดจนนอนไม่หลับ ควรหาเวลาออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้หลับสบายขึ้น และ ห้ามวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวเป็นเวลานานเพราะจะรบกวนการทำงานของคลื่นสมอง แต่บางครั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองอาจจะเป็นเรื่องยากเกินไป เพราะเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิตจนกลายเป็นความเคยชิน อาจใช้เวลานานกว่าจะปรับตัวได้ และปัจจัยการใช้ชีวิตในประจำวันของแต่ละคนอาจจะทำไม่ได้ เพราะเวลาและความรีบเร่งต่างๆ ฉะนั้นเราจึงต้องหาตัวช่วยเพื่อแก้ไขได้ถูกจุดและรวดเร็วขึ้น โดยธรรมชาติร่างกายของคนเราจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่ช่วยให้นอนหลับสบายและหลับสนิทมากขึ้น นั่นก็คือ เมลาโทนิน

ฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกาย เปรียบเสมือนเป็น Darkness hormone จะมีการผลิตออกมาเมื่อมีความมืด หลั่งออกมาในช่วงเวลา 21.00-07.30 น. โดยความมืดจะไปกระตุ้นที่ดวงตา (Retina) ทำให้รับรู้ว่าเป็นเวลากลางคืนแล้ว หลังจากนั้นจะส่งสัญญาต่อไปที่ ต่อมไพเนียล ให้ผลิตและหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมา กระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอน และเตรียมพร้อมเข้าสู่การนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันเมลาโทนินได้ถูกสกัดและพัฒนาออกมาในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ฉะนั้นเมลาโทนินจึงถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาของคนที่นอนไม่หลับได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

แต่คนส่วนใหญ่เมื่อมีปัญหานอนไม่หลับ ก็มักจะนึกถึงตัวช่วยอย่างยานอนหลับ ซึ่งยานอนหลับแบบทั่วไปจะออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางซึ่งอันตรายมีผลกระทบต่อร่างกาย เช่น โมโหร้าย หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียว ภายหลังจากตื่นนอนจะไม่รู้สึกสดชื่น มีอาการเซื่องซึม และบางคนถ้าทานมากๆอาจถึงขั้นติดยาได้ ดังนั้นวิธีที่ถูกต้อง คือการเลือกทานเมลาโทนินที่จะช่วยเสริมให้ร่างกายนอนหลับได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงหรืออาการติดยาตามมา ทำให้นอนหลับได้อย่างสมบูรณ์

โดยปกติ การนอนหลับของคนเราจะมีระยะของการนอน หากนอนได้ครบทุกระยะจะถือว่าเป็นการนอนหลับอย่างสมบูรณ์ เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดใส เนื่องจากร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เรามาทำความรู้จักกับการนอนหลับอย่างสมบูรณ์ หรือการนอนหลับที่มีคุณภาพ ซึ่งจะมีกลไก 5 ระยะ (5 Stage of Sleep) ดังนี้
Stage 1 ระยะหลับตื้นที่สุด จะถูกปลุกได้ง่าย สังเกตได้ว่าบางคนมีอาการสะดุ้งตื่นหรือรู้สึกกระตุก
Stage 2 ระยะแรกที่มีการหลับอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน ในระยะนี้ผู้ที่หลับจะสามารถถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย
Stage 3-4 ระยะหลับลึกที่สุด ปลุกให้ตื่นได้ยากเปรียบเสมือนการชาร์ตแบตเตอรี่ ในเด็กเล็ก ถ้ามีฝันร้าย ละเมอ หรือปัสสาวะรดที่นอนจะเกิดขึ้นช่วงนี้
Stage 5 ระยะ REM (Rapid Eye Movement) เมื่อนอนไป 45 นาที ก็จะเข้าสู่ระยะนี้ซึ่งจะทำให้เกิดความฝัน และเป็นช่วงเวลาที่สมองมีการทำงานหนัก จากการจัดการกับข้อมูลต่างๆ ที่เข้ามาแล้วทำการจัดระเบียบ ทำให้เกิดเป็นความทรงจำ ซึ่ง stage นี้ ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ร่างกายของเราได้เข้าสู่การฟิ้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่างแท้จริง

หลังจากนั้นกลไลการนอนหลับก็จะกลับเข้าสู่วงจรแบบนี้อีก 4-5 รอบในหนึ่งคืน ซึ่งแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 90-110 นาที ยิ่งการนอนผ่านไปนานขึ้น การหลับลึกจะยิ่งลดน้อยลง

ดังนั้นการทานยานอนหลับที่มีเมลาโทนินจะช่วยให้การหลับมีคุณภาพมากขึ้น เพราะสามารถนอนหลับได้ครบทั้ง 5 ระยะ ทำให้เริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น ตื่นนอนอย่างสดใส และเพื่อให้การนอนหลับเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ควรจะเลือกทานตามสเต็ปที่จะสามารถปรับสมดุลของการนอนหลับให้มีคุณภาพมากขึ้นตาม 3 สเต็ปดังนี้
1. เริ่มต้นปรับนาฬิกาชีวิตให้หลับง่ายขึ้น โดยการนอนในที่แสงไม่รบกวนและพยายามเข้านอนเวลาเดิมเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการปรับ Circadian Rhythm เรียกง่ายๆว่านาฬิกาชีวิต เป็นระบบควบคุมกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ภายใน 24 ชั่วโมงให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
2. หลับสนิทเพียงพอและมีคุณภาพ คือ หลับง่าย หลับลึก หลับยาว 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ใช่เพียงแค่หลับไปเฉยๆเพียงเพราะเข้านอนเร็ว
3. ตื่นนอนอย่างสดใส อารมณ์ดี ไม่เมื่อยล้า สมองจึงเรียนรู้และจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสภาพร่างกายที่พร้อมจึงทำให้ดึงความสามารถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

การนอนหลับตามสเต็ปนี้จะช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพดียิ่งขึ้น นอนหลับลึก หลับยาวตลอดทั้งคืน ตื่นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส ไม่งัวเงีย สมองปลอดโปร่ง ระหว่างวันไม่มีอาการง่วงนอนเพราะร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้มีสมาธิในการทำงาน เรียนรู้ จดจำสิ่งต่างๆได้ดีอีกด้วย ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับได้อย่างตรงจุดและปลอดภัย ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจหรือมีปัญหาดังกล่าวสามารถปรึกษาและขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Melatonin ได้ที่เภสัชกรใกล้บ้าน


อ่านบทความอื่นๆ